นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้า ชุมชม และผู้เกี่ยวข้องตระหนักว่าบริษัทให้ความสำคัญในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและป้องกันมลภาวะในการทำงานทุกด้านๆ โดยบริษัทจะปฏิบัติดังนี้

บริษัทจะดำเนินการสอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ และประกาศด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
บริษัทจะปกป้องสิ่งแวดล้อม และป้องกันมลพิษที่เกิดจากการดำเนินงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทจะส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่พนักงาน ผู้บริหาร และเปิดเผยต่อสาธารณชน

ในปี 2563 บริษัทได้รับใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้สำเร็จตามความมุ่งมั่น และบริษัทยังมีแผนระยะยาวในการรับรองเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่สูงขึ้น

การจัดการพลังงาน

บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการใช้พลังงานซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทได้มีการมีการจัดทำรายงานการจัดการพลังงาน มีผู้สอบทานพลังงานสามัญขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประเมินการใช้พลังงานไฟฟ้าและการใช้พลังงานความร้อนของบริษัท

ซึ่งข้อมูลการจัดการพลังงานเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทสามารถวางแผนการลดใช้พลังงาน และการจัดการพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปี 2562-2564 การใช้พลังงานของบริษัทเป็นดังนี้

การใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด
(หน่วย: กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี)
การใช้พลังงานเชื้อเพลิง
(หน่วย: เมกะจูล/ปี)
ปริมาณผลผลิต
(หน่วย: กิโลกรัม/ปี)
การจัดการพลังงาน
2563
2564
2565
ค่าการใช้พลังงาน จำเพาะเฉลี่ย (วินาที)(เมกะจูล/หน่วย)
2563 21.34
2564 23.06
2565 22.06
ค่าใช้จ่าย พลังงานไฟฟ้า(บาท)
2563 26,249,253
2564 24,342,691
2565 28,392,391
ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย(บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง)
2563 3.64
2564 3.64
2565 4.22

ปี 2565 การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 39,154 หน่วย และการใช้พลังงานความร้อนเพิ่มขึ้น 2,775,442.5 เมกะจูล เนื่องจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 504,903.32 กิโลกรัม แบ่งเป็นการผลิตผลไม้อบแห้งเพิ่มขึ้น 245,059.41 กิโลกรัม ปลากระป๋องเพิ่มขึ้น 259,843.91 กิโลกรัม ทำให้ค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 4,049,700 บาท

การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
หน่วย
การใช้พลังงานความร้อนเพิ่มขึ้น
เมกะจูล
มาตรการ ประหยัดพลังงาน
พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดได้ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี)
ค่าไฟที่ประหยัดได้ (บาท)(คำนวณด้วยค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในปี)
พลังงานความร้อนที่ประหยัดได้ (เมกะจูล/ปี)
ปี 2563
  • ปรับเปลี่ยนมาใช้หลอด LED
  • การบำรุงรักษาเครื่องทำความเย็นและเครื่องทำน้ำเย็นของเครื่องจักร
  • การเปลี่ยนมาใช้เครื่องอัดอากาศประสิทธิภาพสูง
  • ติดตั้งฟิลม์กรองแสงกระจก และม่านกันความร้อน
  • การนำน้ำคอนเดนเสตกลับมาใช้
  • การปรับปรุง Stream Trap
พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดได้ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี)
288,356
ค่าไฟที่ประหยัดได้ (บาท)(คำนวณด้วยค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในปี)
1,049,616
พลังงานความร้อนที่ประหยัดได้ (เมกะจูล/ปี)
8,244903
ปี 2564
  • ปรับเปลี่ยนมาใช้หลอด LED
  • การบำรุงรักษาเครื่องทำความเย็นและเครื่องทำน้ำเย็นของเครื่องจักร
  • การเปลี่ยนมาใช้เครื่องอัดอากาศประสิทธิภาพสูง
  • การนำน้ำคอนเดนเสตกลับมาใช้
  • การปรับปรุง Stream Trap
พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดได้ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี)
192,390
ค่าไฟที่ประหยัดได้ (บาท)(คำนวณด้วยค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในปี)
700,301
พลังงานความร้อนที่ประหยัดได้ (เมกะจูล/ปี)
2,250,831
ปี 2565
  • ปรับเปลี่ยนมาใช้หลอด LED
  • การบำรุงรักษาที่เหมาะสมของเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น
  • การนำน้ำคอนเดนเสตกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด
  • การปรับปรุง Stream Trap
พลังงานไฟฟ้าที่ประหยัดได้ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี)
206,430
ค่าไฟที่ประหยัดได้ (บาท)(คำนวณด้วยค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในปี)
871,137
พลังงานความร้อนที่ประหยัดได้ (เมกะจูล/ปี)
2,821,689

บริษัทมีมาตราการประหยัดพลังงานเริ่มตั้งแต่ในปี 2562 บริษัทบริหารจัดการพลังงานโดยการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟฟ้าชนิดประหยัดพลังงาน LED, การบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำน้ำเย็นตามระยะเวลา, การใช้ระบบ Stream Trap และ Valve Bypass Leak เพื่อลดการสูญเสียและรั่วไหลของไอน้ำในกระบวนการผลิต ซึ่งจากมาตรการที่กล่าวมาทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าในปี 2562 ได้ 168,876 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และประหยัดพลังงานความร้อนได้ 1,145,736 เมกะจูล ในปี 2563 บริษัทมีมาตรการประหยัดพลังงานโดยการเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟฟ้าชนิดประหยัดพลังงาน LED เพิ่ม 159 ชุด, บำรุงรักษาเครื่องทำความเย็นและเครื่องทำน้ำเย็น, การเปลี่ยนมาใช้เครื่องอัดอากาศประสิทธิภาพสูง, ติดตั้งฟิลม์กรองแสง, ติดตั้งม่านกันความร้อน, การนำน้ำคอนเดนเสตกลับมาใช้ และการปรับปรุง Stream Trap

ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
กิโลวัตต์-ชั่วโมง
ประหยัดพลังงานความร้อนได้
เมกะจูล

จากมาตรการดังกล่าวทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าในปี 2563 ได้ 288,356 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ประหยัดพลังงานความร้อนได้ 8,244,903 เมกะจูล ในปี 2564 บริษัทประหยัดพลังงานไฟฟ้าในปี 2564 ได้ 192,390 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ประหยัดพลังงานความร้อนได้ 2,250,831 เมกะจูล และในปี 2565 บริษัทประหยัดพลังงานไฟฟ้าในปี 2565 ได้ 206,430 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ประหยัดพลังงานความร้อนได้ 2,821,689 เมกะจูล อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้น/ลดลงในแต่ละปีของการใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อน มีปัจจัยหลักจะขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตสินค้าปีนั้นๆ

การจัดการน้ำ

น้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตของโรงงานและการใช้งานในสำนักงานมาจากน้ำประปาทั้งหมด ดังนั้นการบริหารจัดการน้ำจากกระบวนการผลิตที่เป็นน้ำเสียและไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และน้ำเสียที่มาจากการใช้งานทั่วไป บริษัทควบคุมน้ำเสียเหล่านั้นโดยคำนึงถึงข้อกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องในชุมชนใกล้เคียง ก่อนนำน้ำเสียเหล่านั้นปล่อยออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

โดยบริษัทมีระบบการบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ 2 ระบบ คือ

ระบบบำบัดแบบเลี้ยงตะกอน
จำนวน 2 บ่อบำบัด
ระบบถังกรองไร้อากาศ
จำนวน 10 ถัง

ที่มีการตรวจวัดคุณภาพการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย และคุณภาพน้ำในระบบบำบัดเป็นประจำทุกเดือน โดยน้ำทิ้งที่ผ่านกระบวนการบำบัดจะมีการตรวจวัดคุณภาพก่อนปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะโดยเครื่อง BOD Online ที่มีการส่งข้อมูลแบบ Real-Time ที่เชื่อมต่อสัญญาณออนไลน์ไปที่กับกระทรวงอุตสาหกรรม ในปี 2563, 2564 และ 2565 คุณภาพของน้ำมีการสุ่มตรวจเช็คได้ค่าคุณภาพตามต่อไปนี้

มาตรฐาน (1)
pH 5.5 – 9.0
BOD < 20
COO < 120
สารแขวนลอย < 50
จาระบีและน้ำมัน < 5
ไนโตรเจน Kjeldahl < 100
2563 (2) 2564 (2) 2565 (2)
pH 8.32 8.22 8.33
BOD 10.84 9.34 8.35
COO 72.23 64.17 64.25
สารแขวนลอย 20.31 16.00 14.50
จาระบีและน้ำมัน 2.00 2.69 3.00
ไนโตรเจน Kjeldahl 4.85 3.22 3.06
หมายเหตุ:
  1. มาตรฐานอ้างอิงประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
  2. ค่าเฉลี่ยจากการตรวจวัดรายเดือนของในแต่ละปี

ในปี 2563 ปี 2564 และปี 2565 บริษัทมีปริมาณการใช้น้ำในกิจกรรมการผลิตทั้งหมด 333,578 ลบ.ม., 270,361 ลบ.ม. และ 261,465 ลบ.ม. ตามลำดับ จากข้อมูลการใช้น้ำของบริษัท พบว่าในปี 2565 มีปริมาณการใช้น้ำลดลง 8,896 ลบ.ม.

การจัดการอากาศ

บริษัทใช้พลังงานความร้อนจากถ่านหินเป็นหลัก ดังนั้นบริษัทจึงคำนึงถึงมลพิษทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นโดยเลือกถ่านหินที่มีคุณภาพสูงที่สุด ปล่อยมลพิษน้อยที่สุด และดำเนินการเพิ่มระบบบำบัดอากาศ 2 ระบบเพื่อป้องกันฝุ่นละอองจากการเผาถ่านหิน

ระบบ Multi Cyclone
ที่ใช้ระบบลมหมุนในการดักจับฝุ่นละอองขนาด >10 ไมครอน และผ่านไปยังระบบต่อไป
ระบบ Wet Scrubber
เป็นระบบที่ใช้ละอองน้ำในการดักจับฝุ่นละอองขนาด 1 ไมครอน ได้ถึง 95% เมื่ออากาศผ่านระบบดังกล่าวจึงระบายออกสู่ปล่องควันต่อไป
โดยจากการตรวจวัดคุณภาพจากปล่องระบายอากาศแสดงผลการตรวจวัดได้ดังนี้
มาตรฐาน (1)
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ < 320
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ < 700
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ < 690
ค่าความทึบแสง < 10
ไนโตรเจนอออกไซด์ < 400
2563 (2) 2564 (2) 2565 (2)
ฝุ่นละออง 59.50 64.40 39.00
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 32.20 40.40 3.77
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ 100.33 110.20 54.50
ค่าความทึบแสง 5.00 5.00 5.00
ไนโตรเจนอออกไซด์ 58.83 102.40 92.33
หมายเหตุ:
  1. มาตรฐานอ้างอิง U.S.EPA และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
  2. ค่าที่แสดงบนตารางเป็นค่าเฉลี่ยจากการตรวจวัดปีละ 2 ครั้ง ค่าจากการตรวจวัดคุณภาพดังกล่าวแสดงค่า ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ค่าสะสมของ การระบายอากาศในแต่ละปี

การจัดการของเสียและวัสดุไม่ใช้แล้ว

บริษัทดำเนินการจ้างผู้บำบัดและกำจัดของเสียที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้รับผิดชอบในการขนของเสียออกจากโรงงานเพื่อนำไปบำบัด รวมถึงวัสดุไม่ใช้แล้วที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต โดยในปี 2563 ปี 2564 และปี 2565 มีของเสียที่นำออกจากโรงงานเพื่อนำไปบำบัดจำนวน 1,536.31 ตัน, 1,243.92 ตัน และ 2,336.21 ตัน

ตามลำดับ การเพิ่มขึ้นของปริมาณของเสียในปี 2565 มีปริมาณของเสียเพิ่มขึ้นในขณะที่ปริมาณการผลิตลดลง เนื่องจากมีการนำตะกอนจุลินทรีย์ส่วนเกินในระบบบำบัดน้ำเสียออกมากำจัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียให้ดีขึ้นได้

ของเสียที่นำออกจากโรงงานเพื่อนำไปบำบัด
ตัน ในปี 2565

การจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก

บริษัทมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2563 อยู่ที่ 45,551 ตันคาร์บอนไดออกไซต์ โดยมีระยะเวลาการเก็บข้อมูล ที่ขอการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือน (TGO) ตั้งแต่ 01 มกราคม 2563 - 31 ธันวาคม 2563 ตัวเลขที่ได้รับการรับรองดังกล่าว มีอายุตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 – 25 กรกฎาคม 2566